• ส่งหัวข้อที่อยากให้เว็บลงบทความ
  • รับดูแลระบบคอมพิวเตอร์
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
  • Microsoft 365 Business
Monday, 6 July 2026
NONGIT.COM
  • HOME
  • Windows
    • Windows 11
    • Windows 10
    • Windows 8/8.1
    • Windows 7
  • Windows Server
  • Microsoft Office
    • MS. Excel
    • MS. OneNote
    • MS. Outlook
    • MS. PowerPoint
    • MS. Publisher
    • MS. Word
  • Other Software
    • Antivirus
    • Drivers
    • File Transfer
    • Multimedia
    • Networking
    • Photos / Images
    • Web Browser
    • Office
    • Tools
    • Virtual machine
    • Data Recovery
  • สมาร์ทโฟน
    • Android
    • iOS
  • News
  • สินค้า/บริการ
No Result
View All Result
  • HOME
  • Windows
    • Windows 11
    • Windows 10
    • Windows 8/8.1
    • Windows 7
  • Windows Server
  • Microsoft Office
    • MS. Excel
    • MS. OneNote
    • MS. Outlook
    • MS. PowerPoint
    • MS. Publisher
    • MS. Word
  • Other Software
    • Antivirus
    • Drivers
    • File Transfer
    • Multimedia
    • Networking
    • Photos / Images
    • Web Browser
    • Office
    • Tools
    • Virtual machine
    • Data Recovery
  • สมาร์ทโฟน
    • Android
    • iOS
  • News
  • สินค้า/บริการ
No Result
View All Result
NONGIT.COM
No Result
View All Result
Home MS.Office Microsoft Word

วิธีเปรียบเทียบไฟล์ Word 2 ไฟล์ หาจุดต่าง พร้อมเทคนิคจัดการ

by เกร็ดสาระความรู้ไอที
10 September 2025
in Microsoft Word
0
10.1k
VIEWS
ShareShare

หลายคนคงเคยเจอสถานการณ์นี้แน่นอน เมื่อต้องตรวจเอกสารที่มีคนแก้ไขแล้ว หรือต้องการเทียบไฟล์เวอร์ชันเก่า-ใหม่ว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง การนั่งอ่านทีละบรรทัดเพื่อหาความแตกต่างนั้นช่างเสียเวลามาก

ดีที่ Microsoft Word มีฟีเจอร์ “Compare Documents” ที่ช่วยให้เราสามารถเปรียบเทียบไฟล์ Word 2 ไฟล์ได้ในไม่กี่คลิก และยังแสดงผลความแตกต่างด้วยสีสันที่เข้าใจง่าย วันนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีใช้งานฟีเจอร์นี้กันแบบครบๆ

สารบัญ (Table of Contents)

Toggle
  • ขั้นตอนการเปรียบเทียบไฟล์ Word (Compare Documents)
    • ขั้นตอนที่ 1: เปิด Microsoft Word และเข้าสู่เมนู Review
    • ขั้นตอนที่ 2: เลือกไฟล์ที่ต้องการเปรียบเทียบ
    • ขั้นตอนที่ 3: ดูผลการเปรียบเทียบเอกสาร
  • แล้วจะจัดการกับ ‘ความเปลี่ยนแปลง' ที่โปรแกรมแสดงได้อย่างไร?
    • การใช้งานปุ่ม Accept และ Reject
    • การนำทางระหว่างการเปลี่ยนแปลง
  • ฟังก์ชัน ‘Combine' ต่างจาก ‘Compare' อย่างไร?
    • Compare Documents (เปรียบเทียบ)
    • Combine Documents (รวมเอกสาร)
  • สถานการณ์ไหนบ้างที่ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์สุดๆ?
    • 1. การตรวจสอบสัญญาและเอกสารทางกฎหมาย
    • 2. การตรวจงานของทีมงานหรือลูกน้อง
    • 3. การทำงานร่วมกันในทีม
    • 4. การเก็บประวัติการเปลี่ยนแปลง
    • 5. การตรวจสอบการแปลหรือการเขียนซ้ำ
  • เคล็ดลับการใช้งานขั้นสูง
    • การปรับตั้งค่าการเปรียบเทียบ
    • การบันทึกผลการเปรียบเทียบ
    • การพิมพ์เอกสารเปรียบเทียบ
  • คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
    • Q1: ทำไมไฟล์ที่เปรียบเทียบแล้วไม่แสดงความแตกต่าง?
    • Q2: สามารถเปรียบเทียบไฟล์ PDF หรือไฟล์รูปแบบอื่นได้ไหม?
    • Q3: การเปลี่ยนแปลงที่แสดงมีมากเกินไป อ่านยาก
    • Q4: จะเก็บเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่ยอมรับแล้วได้ไหม?
    • Q5: ฟีเจอร์นี้ใช้ได้กับ Google Docs หรือไม่?
  • สรุป

ขั้นตอนการเปรียบเทียบไฟล์ Word (Compare Documents)

ขั้นตอนที่ 1: เปิด Microsoft Word และเข้าสู่เมนู Review

  1. เปิดโปรแกรม Microsoft Word (ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟล์ใดๆ ก่อน)
  2. คลิกแท็บ “Review” บนริบบิ้น (Ribbon) ด้านบน
  3. ในกลุ่ม “Compare” ให้คลิกที่ปุ่ม “Compare”
  4. เลือก “Compare…” จากเมนูดรอปดาวน์
เปรียบเทียบไฟล์ Microsoft Word

ขั้นตอนที่ 2: เลือกไฟล์ที่ต้องการเปรียบเทียบ

หน้าต่าง “Compare Documents” จะเปิดขึ้นมา ซึ่งมีส่วนสำคัญดังนี้:

  1. Original document: คลิก “Browse” เพื่อเลือกไฟล์ต้นฉบับ (ไฟล์เก่า)
  2. Revised document: คลิก “Browse” เพื่อเลือกไฟล์ที่แก้ไขแล้ว (ไฟล์ใหม่)
  3. Label unchanged text with: ใส่ชื่อผู้เขียนหรือป้ายกำกับ (ไม่บังคับ)
  4. คลิก “OK” เพื่อเริ่มการเปรียบเทียบ
หน้าต่างเลือกไฟล์เปรียบเทียบเอกสารใน Microsoft Word 365

ขั้นตอนที่ 3: ดูผลการเปรียบเทียบเอกสาร

หลังจากกด OK แล้ว Word จะสร้างเอกสารใหม่ที่แสดงผลการเปรียบเทียบ โดยหน้าจอจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน:

  • ส่วนซ้าย: แสดงรายการการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด (Revisions Pane)
  • ส่วนกลาง: แสดงเอกสารผลลัพธ์ที่มีการแก้ไขเด่นชัดด้วยสีต่างๆ
  • ส่วนขวา: แสดงไฟล์ต้นฉบับและไฟล์แก้ไข แยกกัน

สีที่ใช้แสดงความแตกต่าง:

  • สีแดง: ข้อความที่ถูกลบออก
  • สีน้ำเงิน: ข้อความที่เพิ่มเข้ามาใหม่
  • เส้นกั้น: บริเวณที่มีการเปลี่ยนแปลง
ตัวอย่างการตั้งค่า Compare documents ใน Word รุ่นใหม่

แล้วจะจัดการกับ ‘ความเปลี่ยนแปลง' ที่โปรแกรมแสดงได้อย่างไร?

หลังจากเห็นความแตกต่างแล้ว คุณสามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงแต่ละจุดได้ด้วยวิธีต่างๆ

การใช้งานปุ่ม Accept และ Reject

วิธีที่ 1: จัดการทีละจุด

  1. คลิกเลือกข้อความที่เปลี่ยนแปลง ในเอกสาร
  2. ในแท็บ Review ให้เลือก:
    • Accept: เพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น
    • Reject: เพื่อปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงนั้น
ตำแหน่งปุ่ม Accept และ Reject สำหรับจัดการการแก้ไขหลังเปรียบเทียบไฟล์ Word

วิธีที่ 2: จัดการผ่าน Revisions Pane

  1. ในส่วน Revisions Pane ด้านซ้าย
  2. คลิกขวา ที่รายการการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ
  3. เลือก “Accept Change” หรือ “Reject Change”
บานหน้าต่าง Revisions Pane แสดงรายการความเปลี่ยนแปลงในไฟล์ Word

วิธีที่ 3: จัดการทั้งหมดในครั้งเดียว

  • Accept All Changes: ยอมรับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด
  • Reject All Changes: ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด

การนำทางระหว่างการเปลี่ยนแปลง

ใช้ปุ่ม “Previous Change” และ “Next Change” ในแท็บ Review เพื่อเลื่อนดูการเปลี่ยนแปลงทีละจุดอย่างเป็นระบบ


ฟังก์ชัน ‘Combine' ต่างจาก ‘Compare' อย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่า Combine ที่อยู่ติดกับ Compare ในเมนูเดียวกันนั้นต่างกันอย่างไร

Compare Documents (เปรียบเทียบ)

  • วัตถุประสงค์: หาความแตกต่างระหว่างไฟล์ 2 ไฟล์
  • ผลลัพธ์: สร้างเอกสารใหม่ที่แสดงความแตกต่าง
  • เหมาะสำหรับ: ตรวจสอบว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

Combine Documents (รวมเอกสาร)

  • วัตถุประสงค์: รวมการแก้ไขจากหลายไฟล์เข้าด้วยกัน
  • ผลลัพธ์: เอกสารเดียวที่มีการแก้ไขจากทุกแหล่ง
  • เหมาะสำหรับ: รวมความคิดเห็นหรือการแก้ไขจากหลายคน

ตัวอย่างการใช้งาน Combine: เมื่อส่งเอกสารให้ทีมงาน 3 คน แก้ไข แต่ละคนส่งไฟล์กลับมา คุณสามารถใช้ Combine เพื่อรวมการแก้ไขจากทั้ง 3 คนเข้าไฟล์เดียว

เมนู Combine สำหรับรวมการเปลี่ยนแปลงจากไฟล์ Word หลายเวอร์ชัน

สถานการณ์ไหนบ้างที่ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์สุดๆ?

1. การตรวจสอบสัญญาและเอกสารทางกฎหมาย

  • เปรียบเทียบร่างสัญญา เวอร์ชันเก่า-ใหม่ เพื่อดูว่ามีข้อไหนเปลี่ยนไป
  • ตรวจสอบการแก้ไขเงื่อนไขสำคัญอย่างละเอียด

2. การตรวจงานของทีมงานหรือลูกน้อง

  • เทียบเอกสาร Word ที่ส่งมาแก้ไขกับต้นฉบับ
  • ดูว่าการแก้ไขไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่

3. การทำงานร่วมกันในทีม

  • เมื่อหลายคนแก้ไขเอกสารเดียวกัน แล้วต้องการรวมการเปลี่ยนแปลง
  • ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขในโปรเจกต์

4. การเก็บประวัติการเปลี่ยนแปลง

  • สร้างหลักฐานการแก้ไขสำหรับการตรวจสอบ
  • ติดตามการเปลี่ยนแปลง Word เพื่อการควบคุมเวอร์ชัน

5. การตรวจสอบการแปลหรือการเขียนซ้ำ

  • เปรียบเทียบฉบับแปลกับต้นฉบับ
  • ตรวจสอบการเขียนใหม่ว่าครบถ้วนหรือไม่

เคล็ดลับการใช้งานขั้นสูง

การปรับตั้งค่าการเปรียบเทียบ

ในหน้าต่าง Compare Documents คลิกปุ่ม “More >>” เพื่อเปิดตัวเลือกเพิ่มเติม:

  • Insertions and deletions: แสดงการเพิ่มและลบ
  • Moves: แสดงการย้ายข้อความ
  • Comments: รวมความคิดเห็น
  • Formatting: แสดงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ
  • Case changes: แสดงการเปลี่ยนตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่

การบันทึกผลการเปรียบเทียบ

  1. หลังจากเปรียบเทียบแล้ว คลิก File > Save As
  2. ตั้งชื่อไฟล์ เช่น “เอกสารเปรียบเทียบ_วันที่”
  3. เลือกรูปแบบไฟล์ .docx เพื่อเก็บการแก้ไขไว้

การพิมพ์เอกสารเปรียบเทียบ

  • ไปที่ File > Print
  • เลือก “Print markup” เพื่อพิมพ์พร้อมการแก้ไขที่เห็น
  • หรือเลือก “Print document only” เพื่อพิมพ์เฉพาะข้อความสุดท้าย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ทำไมไฟล์ที่เปรียบเทียบแล้วไม่แสดงความแตกต่าง?

A: อาจเป็นเพราะ:

  • ไฟล์ทั้งสองเหมือนกันทุกประการ
  • การตั้งค่าการเปรียบเทียบไม่ครอบคลุมสิ่งที่ต้องการดู (เช่น การจัดรูปแบบ)
  • ลองคลิก “More >>” และเลือกตัวเลือกเพิ่มเติม

Q2: สามารถเปรียบเทียบไฟล์ PDF หรือไฟล์รูปแบบอื่นได้ไหม?

A: ฟีเจอร์ Compare ใน Word ใช้ได้เฉพาะไฟล์ Word เท่านั้น หากต้องการเปรียบเทียบ PDF ต้องใช้โปรแกรมเทียบไฟล์เอกสาร อื่นๆ เช่น Adobe Acrobat

Q3: การเปลี่ยนแปลงที่แสดงมีมากเกินไป อ่านยาก

A: ลองปรับตั้งค่าในส่วน “More >>”:

  • ปิด “Formatting” หากไม่ต้องการดูการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ
  • ปิด “White space” หากไม่สนใจการเว้นวรรคขึ้นบรรทัด

Q4: จะเก็บเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่ยอมรับแล้วได้ไหม?

A: ได้ หลังจาก Accept การเปลี่ยนแปลงที่ต้องการแล้ว:

  1. คลิก Review > Track Changes เพื่อปิด
  2. บันทึกไฟล์ ข้อความจะกลายเป็นข้อความปกติ

Q5: ฟีเจอร์นี้ใช้ได้กับ Google Docs หรือไม่?

A: Google Docs มีฟีเจอร์คล้ายๆ กันใน “Version history” แต่ไม่เหมือนกับ Compare ของ Word ทุกประการ


สรุป

การเปรียบเทียบไฟล์ Word ด้วยฟีเจอร์ Compare Documents เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและจำเป็นสำหรับการทำงานในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น:

  • การตรวจสอบการแก้ไข อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
  • การจัดการความเปลี่ยนแปลง ด้วย Accept/Reject
  • การเลือกใช้ Compare หรือ Combine ให้เหมาะกับสถานการณ์
  • การประยุกต์ใช้ในงานจริง หลากหลายสถานการณ์

ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ในการทำงาน รับรองว่าจะช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดในการตรวจสอบเอกสารได้อย่างมาก!

มีคำถามหรือต้องการเทคนิคเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Microsoft Word สามารถแสดงความคิดเห็นได้เลยครับ ยินดีช่วยเหลือ! 📝✨

Tags: CompareMicrosoftMS OfficeReviewwordรีวิวเปรียบเทียบ
เกร็ดสาระความรู้ไอที

เกร็ดสาระความรู้ไอที

เขียนบทความเกี่ยวกับ Windows , MS. Office และ Software อื่นๆ แนะนำการใช้งาน การตั้งค่าเบื้องต้น ทิปต่างๆ ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกๆ ท่าน และหากมีส่วนไหนผิดตกบกพร่อง ติชมชี้แนะได้ที่ Comment ด้านล่างได้ครับ

Related Posts

Microsoft Word
Microsoft Word

วิธีตั้งค่า Word ให้มีไม้บรรทัด: ทำตามง่ายๆ ในไม่กี่ขั้นตอน

26 December 2024
เปลี่ยนพื้นหลัง word เป็นสีขาว
Microsoft Word

เปลี่ยนพื้นหลัง Microsoft word เป็นสีขาว

20 May 2023
จัดหน้ากระดาษ Microsoft Word แนวนอนแนวตั้ง
Microsoft Word

วิธีจัดหน้ากระดาษ Word แนวนอนแนวตั้งในเอกสารเดียวกัน

26 August 2023
ใส่ลายน้ำ word
Microsoft Word

วิธีใส่ลายน้ํา Word (Watermark) ฉบับสมบูรณ์: ทั้งข้อความ โลโก้ และการลบออก

14 October 2025
ตั้งค่าขนาดกระดาษ A4 เป็นค่าเริ่มต้น
Microsoft Word

ตั้งค่าขนาดกระดาษ A4 ใน Microsoft Word เป็นค่าเริ่มต้น

19 November 2021
บันทึกไฟล์ Microsoft Word ให้รองรับ word 97-2003
Microsoft Word

วิธีบันทึกไฟล์เอกสาร Microsoft Word ให้รองรับเวอร์ชั่นที่ต่ำกว่า

7 November 2021
Load More
Next Post
Infographic แสดงลำดับการคำนวณ Excel ที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหา สูตร Excel คำนวณผิด โดยเริ่มจากวงเล็บ

ไขข้อสงสัย: ลำดับการคำนวณ Excel และวิธีแก้ปัญหา สูตร Excel คำนวณผิด

Leave Comment

บทความล่าสุด

รีวิว Yale YDM7116A ใช้จริง 1 ปี: ฟีเจอร์ไหนคุ้ม ฟีเจอร์ไหนไม่จำเป็น

โปรแกรมล้างไวรัสคอมพิวเตอร์ฟรี 5 ตัวเด็ด 2026

iPad Air vs iPad Pro เลือกรุ่นไหนคุ้มและเหมาะกว่า

วิธีแก้ Outlook PST เต็ม รับส่งเมลไม่ได้ เพราะไฟล์ PST เต็ม 50GB ด้วย Regedit (อัปเดต 2026)

บทความแนะนำ

รวมสูตร Excel พร้อมใช้ โหลดฟรี! ครบทุกสายงาน อัปเดต 2025

วิธีการติดตั้งและใช้งานฟอนต์ TH Sarabun PSK ใน Windows: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับฟอนต์ราชการและเอกสารทางการ

[Fix issue] วิธีแก้ไข Windows 10 กดเปลี่ยนภาษาไทย 2 ครั้งหลังอัปเดต v1803

ใช้ Google Drive แปลงข้อความไฟล์รูปภาพ เป็นข้อความ ภาษาไทยใช้ได้

ทำรายงานใน Microsoft Word โดยพิมพ์งานด้วยเสียงผ่าน Google Docs

สอนวิธีติดตั้ง Windows 10 ล่าสุดด้วย USB/DVD แบบ Step by Step

วิธีลง Windows 11 ใหม่ (2025) ฉบับจับมือทำ Step-by-Step

ที่มาของชื่อ “น้องไอทีดอทคอม”

ชื่อ “น้องไอทีดอทคอม” มาจากคำเรียกติดปากในออฟฟิศครับ เวลาคอมมีปัญหาหรือตั้งค่าอะไรไม่ได้ ก็มักได้ยินประโยคแบบนี้เสมอ “น้องไอทีช่วยดูให้หน่อยนะ”

ผมเลยหยิบคำนี้มาตั้งเป็นชื่อเว็บ เพราะมันสื่อถึงสิ่งที่อยากทำได้ตรงที่สุด นั่นคือเป็น “น้องไอทีออนไลน์” ที่พร้อมช่วยเหลือทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นปัญหา Windows, Microsoft Office, Freeware หรือซอฟต์แวร์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

ทุกบทความในเว็บนี้เขียนขึ้นโดยคิดถึงผู้อ่านเป็นหลักครับ เน้นเข้าใจง่าย ทำตามได้จริง และแก้ปัญหาได้จริง

บริการจาก น้องไอทีดอทคอม

บริการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ | IT Outsource | เดินสายแลน | รับดูแลระบบคอมพิวเตอร์ | รับวางระบบ server | รับวางระบบ network | วางระบบคอมพิวเตอร์ | บริการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ รายเดือน | บริการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ รายปี | รับเดินสายแลน | วางระบบแลน | ติดตั้งระบบเซิฟเวอร์

บทความปัดฝุ่นใหม่

รีวิว Yale YDM7116A ใช้จริง 1 ปี: ฟีเจอร์ไหนคุ้ม ฟีเจอร์ไหนไม่จำเป็น

วิธีตั้ง Google เป็นหน้าแรก Chrome ทุกอุปกรณ์ (อัปเดต 2026)

วิธีตั้งค่าปุ่มเปลี่ยนภาษา Windows 10 ให้ใช้ตัวหนอน (~) ได้ทุกเวอร์ชั่น

วิธีแทรกเครื่องหมายถูก, ผิด ใส่เอกสาร Microsoft Word พร้อมคีย์ลัด

โปรแกรมล้างไวรัสคอมพิวเตอร์ฟรี 5 ตัวเด็ด 2026

iPad Air vs iPad Pro เลือกรุ่นไหนคุ้มและเหมาะกว่า

© 2014-2026 NONGIT.COM | All Rights Reserved | Privacy Policy | Cookie Policy

No Result
View All Result
  • HOME
  • Windows
    • Windows 11
    • Windows 10
    • Windows 8/8.1
    • Windows 7
  • Windows Server
  • Microsoft Office
    • MS. Excel
    • MS. OneNote
    • MS. Outlook
    • MS. PowerPoint
    • MS. Publisher
    • MS. Word
  • Other Software
    • Antivirus
    • Drivers
    • File Transfer
    • Multimedia
    • Networking
    • Photos / Images
    • Web Browser
    • Office
    • Tools
    • Virtual machine
    • Data Recovery
  • สมาร์ทโฟน
    • Android
    • iOS
  • News
  • สินค้า/บริการ

© 2014-2026 NONGIT.COM | All Rights Reserved | Privacy Policy | Cookie Policy