สวัสดีครับ! เคยไหมครับเวลาจะตั้งค่าปริ้นเตอร์, แก้ปัญหาอินเทอร์เน็ตที่บ้าน, หรือตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์เกม แล้วเจอคำถามว่า “IP Address ของเครื่องคุณคืออะไร?” หลายคนอาจจะเกาหัวแล้วสงสัยว่ามันคืออะไร แล้วจะไปหาจากที่ไหน
ไม่ต้องกังวลเลยครับ IP Address ก็เปรียบเสมือน “เลขที่บ้าน” ของคอมพิวเตอร์ของเราในโลกเครือข่ายนั่นเอง ซึ่งการรู้เลขที่บ้านของตัวเองก็มีประโยชน์มากๆ ครับ บทความนี้ NONGIT จะมาสอน วิธีดู IP Address Windows 11 แบบจับมือทำ อธิบายทุกขั้นตอนแบบละเอียดที่สุด รับรองว่าไม่ว่าใครก็ทำตามได้อย่างแน่นอนครับ
ก่อนอื่น มาเข้าใจ IP Address แบบสั้นๆ กันก่อน (Private vs Public)
ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการเช็ก IP สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ IP Address มีอยู่ 2 ประเภทหลักๆ ครับ
- Private IP (IP ส่วนตัว): เปรียบเหมือน “เลขที่ห้องในคอนโด” ครับ เป็น IP ที่เราเตอร์แจกให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน (เช่น คอมพิวเตอร์, มือถือ, สมาร์ททีวีในบ้านเรา) คนภายนอกจะมองไม่เห็น IP นี้โดยตรง ส่วนใหญ่มักจะขึ้นต้นด้วย
192.168.x.xหรือ10.x.x.x - Public IP (IP สาธารณะ): เปรียบเหมือน “ที่อยู่ของคอนโด” ครับ เป็น IP ที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (เช่น True, AIS, 3BB) มอบให้เราเตอร์ของเรา เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อออกไปสู่โลกอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ต่างๆ จะมองเห็นเราผ่าน IP นี้ครับ
บทความนี้จะสอนวิธีดูทั้งสองแบบเลยครับ!
วิธีที่ 1: ดู IP Address Windows 11 ผ่าน Settings (วิธีที่ง่ายที่สุด)
วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่สุดครับ เพราะเป็นการกดดูผ่านหน้าต่างการตั้งค่าที่สวยงามและเข้าใจง่าย ไม่ต้องพิมพ์คำสั่งใดๆ ให้วุ่นวายเลย
สำหรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi
หากคอมพิวเตอร์ของคุณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ให้ทำตามนี้ได้เลยครับ
- คลิกขวาที่ ไอคอน Wi-Fi ตรง Taskbar (มุมขวาล่างของจอ) แล้วเลือก Network and internet settings
- ในหน้าต่างที่เปิดขึ้นมา ให้คลิกที่เมนู Wi-Fi
- คลิกที่ ชื่อ Wi-Fi ที่คุณเชื่อมต่ออยู่ (จะมีคำว่า Properties อยู่ข้างๆ)
- เลื่อนลงมาด้านล่างสุด คุณจะเจอบรรทัดที่เขียนว่า IPv4 address นั่นแหละครับ คือหมายเลข IP ของเครื่องคุณ

สำหรับการเชื่อมต่อผ่านสาย LAN (Ethernet)
สำหรับใครที่ใช้คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะหรือเสียบสาย LAN เข้ากับโน้ตบุ๊ก ก็ทำคล้ายๆ กันครับ
- คลิกขวาที่ ไอคอนเครือข่าย (อาจจะเป็นรูปคอมพิวเตอร์มีสายเสียบ) ตรง Taskbar แล้วเลือก Network and internet settings
- คลิกที่เมนู Ethernet
- ในหน้านี้ คุณจะเห็นข้อมูลเครือข่ายทันที เลื่อนลงมาก็จะเจอ IPv4 address ครับ

วิธีที่ 2: ดู IP Address Windows 11 ด้วย CMD (สำหรับสายเทคนิค)
วิธีนี้เป็นวิธีสุดคลาสสิกที่เหล่าผู้ดูแลระบบหรือคนที่ทำงานสายไอทีนิยมใช้กันครับ เพราะมันรวดเร็วและแสดงข้อมูลเครือข่ายอื่นๆ ที่สำคัญอีกเพียบเลย
- กดปุ่ม Start (หรือปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ด)
- พิมพ์คำว่า
cmdลงไป แล้วกด Enter เพื่อเปิดโปรแกรม Command Prompt - ในหน้าต่างสีดำๆ ที่เปิดขึ้นมา ให้พิมพ์คำสั่งนี้ลงไป แล้วกด Enter ครับ
ipconfig - รอสักครู่ โปรแกรมจะแสดงข้อมูลเครือข่ายทั้งหมดของเครื่องเรา ให้มองหา Adapter ที่เราใช้งานอยู่ เช่น ถ้าใช้ Wi-Fi ก็ดูที่หัวข้อ Wireless LAN adapter Wi-Fi แล้วมองหาบรรทัด IPv4 Address ครับ

จริงๆ แล้ว Command Prompt ยังมีคำสั่งที่มีประโยชน์อีกเยอะมาก ถ้าใครสนใจอยากลองศึกษาเพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ รวมคำสั่ง CMD ที่ใช้บ่อยใน Windows ของเราได้เลยครับ
วิธีที่ 3: ใช้ Windows Terminal หรือ PowerShell
สำหรับคนที่ใช้ Windows 11 เป็นประจำ อาจจะคุ้นเคยกับโปรแกรม Windows Terminal ซึ่งเป็นโปรแกรม Command Line ตัวใหม่ที่ไมโครซอฟท์พัฒนาขึ้นมา วิธีการก็ง่ายมากๆ และใช้คำสั่งเดียวกับ CMD เลยครับ
- คลิกขวา ที่ปุ่ม Start
- เลือก Terminal (Admin) หรือ Windows PowerShell (Admin)
- พิมพ์คำสั่ง
ipconfigแล้วกด Enter - ผลลัพธ์ก็จะแสดงออกมาเหมือนกับใน CMD ทุกประการครับ
วิธีที่ 4: การดู Public IP Address (ไอพีที่เราใช้ท่องเน็ต)
อย่างที่บอกไปตอนต้นครับว่า 3 วิธีที่ผ่านมาคือการดู Private IP (เลขที่ห้องในคอนโด) แต่ถ้าเราต้องการรู้ Public IP (ที่อยู่ของคอนโด) ที่คนภายนอกมองเห็นเราล่ะ? วิธีการนั้นง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยครับ
- เปิดเว็บเบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นประจำ (Google Chrome, Microsoft Edge, Firefox)
- เข้าไปที่เว็บไซต์ https://canyouseeme.org/
- ในช่อง Your IP: [xxx.xxx.xxx.xxx] แสดงหมายเลข Public IP ของคุณขึ้นมา ง่ายสุดๆ ไปเลยครับ!
สรุป
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ วิธีดู IP Address Windows 11 ไม่ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหมครับ เราสามารถเลือกใช้วิธีที่ถนัดได้เลย
- มือใหม่ ผู้ใช้ทั่วไป: แนะนำ วิธีที่ 1 (ผ่าน Settings) เพราะดูง่ายที่สุด
- สายเทคนิค ชอบความเร็ว: แนะนำ วิธีที่ 2 (ใช้ CMD) เพราะรวดเร็วและดูข้อมูลได้ครบ
- ต้องการรู้ IP ที่คนอื่นเห็น: ใช้ วิธีที่ 4 (ค้นหาใน Google)
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Private IP และ Public IP เพื่อที่จะได้นำไปใช้งานได้ถูกต้องตามสถานการณ์ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: IP Address กับ MAC Address ต่างกันอย่างไร? A: เปรียบเทียบง่ายๆ IP Address เหมือน “ที่อยู่ชั่วคราว” ที่เราเตอร์แจกให้ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ส่วน MAC Address เหมือน “เลขบัตรประชาชน” ของอุปกรณ์นั้นๆ ที่ติดมากับเครื่องและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ครับ
Q2: ทำไม IP Address ของฉันถึงเปลี่ยนไป? A: เพราะโดยปกติแล้วเราเตอร์จะแจก IP แบบอัตโนมัติ (เรียกว่า DHCP) ซึ่งหมายเลขอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเราเชื่อมต่อเครือข่ายใหม่ หากต้องการ IP เดิมตลอดเวลา จะต้องทำการตั้งค่าแบบ Static IP ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนขึ้นไปอีกระดับครับ ซึ่งถ้าใครสนใจอยากจะล็อก IP Address ของตัวเองไว้ ก็สามารถทำตามขั้นตอนในบทความ วิธีตั้งค่า Static IP Address ใน Windows ของเราได้เลยครับ
Q3: IPv4 กับ IPv6 คืออะไร ทำไมเห็น 2 อัน? A: IPv4 คือ IP มาตรฐานดั้งเดิม (เช่น 192.168.1.100) ซึ่งมีจำนวนจำกัดและกำลังจะหมดลงแล้ว ส่วน IPv6 เป็นมาตรฐานใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับอุปกรณ์จำนวนมหาศาลในอนาคต มีรูปแบบที่ยาวและซับซ้อนกว่า ปัจจุบันเรายังคงใช้ IPv4 เป็นหลักในการใช้งานทั่วไปครับ
สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IP Address สามารถอ่านได้จากแหล่งข้อมูลของ Microsoft โดยตรง เลยครับ






