เคยไหมครับ? ที่ต้องแชร์ปริ้นเตอร์ที่ต่อกับเครื่อง Windows 11/10 ไปให้เครื่อง Client ที่เป็น Linux, macOS… วันนี้เราจะมาดูกันว่ามันคืออะไร และจะเปิดใช้งานมันได้อย่างไรบ้างครับ
(หมายเหตุ: บทความนี้เป็นวิธีขั้นสูง หากคุณต้องการแชร์ปริ้นเตอร์แบบพื้นฐานระหว่างเครื่อง Windows ด้วยกันเอง สามารถอ่านคู่มือ วิธีแชร์ปริ้นเตอร์ Windows 11/10 ของเราได้เลยครับ)
LPD Print Service คืออะไร? ทำไมยังต้องใช้อยู่?
LPD (Line Printer Daemon) เป็นโพรโทคอลการพิมพ์แบบคลาสสิกที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูงในการทำงานข้ามแพลตฟอร์ม แม้แต่ระหว่างเครื่อง Windows ด้วยกันเอง ก็สามารถใช้ LPD (Line Printer Daemon) เป็นโพรโทคอลการพิมพ์แบบคลาสสิกที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความเข้ากันไม่ได้ของอุปกรณ์ ซึ่งแตกต่างจาก วิธีแชร์ปริ้นเตอร์ Windows 11/10 แบบปกติ (SMB Sharing) ที่เราคุ้นเคยกันดี โดย LPD จะทำตัวเหมือน “ภาษากลาง” ที่ระบบปฏิบัติการหลายๆ ตัวเข้าใจได้ ทำให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างราบรื่น
- จุดเด่น: ติดตั้งง่าย, เข้ากันได้กับหลายระบบ โดยเฉพาะการ แชร์ปริ้นเตอร์ให้ Linux หรือ macOS ทำได้อย่างราบรื่น, ไม่ซับซ้อน, เป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาการแชร์แบบปกติ
- เหมาะกับงานแบบไหน: แชร์ปริ้นเตอร์จาก Windows ไปยัง Linux, macOS, เครื่อง Windows เครื่องอื่น, หรือระบบ UNIX อื่นๆ, ใช้กับอุปกรณ์เครือข่ายหรือโปรแกรมเฉพาะทางที่เรียกหา LPD/LPR Port
วิธีเปิด LPD Service และตั้งค่าการใช้งานบน Windows 11/10
มาเริ่มกันเลยครับ ขั้นตอนไม่ซับซ้อน ทำตามทีละขั้นตอนได้เลย
- เปิด “Turn Windows features on or off”
- วิธีที่ง่ายที่สุดคือกดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ด พิมพ์คำว่า
Turn Windows features on or offแล้วกด Enter ครับ
- วิธีที่ง่ายที่สุดคือกดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ด พิมพ์คำว่า
- ค้นหาและติดตั้ง Print and Document Services
- ในหน้าต่าง Windows Features ที่เปิดขึ้นมา ให้เลื่อนหาโฟลเดอร์ “Print and Document Services”
- คลิกที่เครื่องหมาย
+เพื่อขยายรายการออกมา - ติ๊กเครื่องหมายถูกที่หน้า “LPD Print Service”
- กด OK แล้วรอสักครู่ให้ Windows ทำการติดตั้งฟีเจอร์จนเสร็จเรียบร้อย (บางกรณีอาจมีการขอ Restart เครื่อง)

ตรวจสอบสถานะ Service และการตั้งค่า Firewall
หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว เพื่อความมั่นใจว่าทุกอย่างพร้อมใช้งาน ให้เราตรวจสอบสักเล็กน้อยครับ
- Check Service: กดปุ่ม Windows + R พิมพ์
services.mscแล้วกด Enter เพื่อเปิดหน้าต่าง Services มองหา Service ที่ชื่อ TCP/IP Print Server และตรวจสอบให้แน่ใจว่า Status เป็นRunning - Windows Defender Firewall: โดยปกติหลังการติดตั้ง Windows จะอนุญาตการเชื่อมต่อผ่าน Port TCP 515 ซึ่งเป็นพอร์ตมาตรฐานสากลที่กำหนดไว้สำหรับบริการ Line Printer Daemon (LPD) โดยเฉพาะ ให้โดยอัตโนมัติ แต่หากพบปัญหาการเชื่อมต่อ อาจต้องตรวจสอบการตั้งค่า Inbound Rules ใน Firewall เพิ่มเติมครับ
การตั้งค่าฝั่ง Client (เครื่องรับ)
เมื่อฝั่ง Server (เครื่องที่แชร์) พร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาตั้งค่าฝั่ง Client (เครื่องที่จะเข้ามาพิมพ์) กันบ้างครับ
1. การตั้งค่าบน Windows Client (ผ่าน LPR Port)
สำหรับเครื่องลูกข่ายที่เป็น Windows เราจำเป็นต้องเปิดฟีเจอร์ “LPR Port Monitor” เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อแบบ LPD ได้ครับ
- เปิด “Turn Windows features on or off” เหมือนตอนแรก
- ขยาย “Print and Document Services”
- ติ๊กเลือก “LPR Port Monitor” แล้วกด OK

- ไปที่
Control Panel > Devices and Printersแล้วคลิกAdd a printer - คลิกที่
The printer that I want isn't listed - เลือก
Add a local printer or network printer with manual settings - ในหัวข้อ
Choose a printer portให้เลือกCreate a new port:และในเมนู Dropdown ให้เลือกLPR Portแล้วคลิก Next - จากนั้นจะมีหน้าต่างให้กรอกข้อมูล 2 ส่วนสำคัญ:
- Name or address of server providing lpd:
<ใส่ IP Address ของเครื่อง Windows ที่แชร์ปริ้นเตอร์> - Name of printer or print queue on that server:
<ใส่ชื่อ Share ของปริ้นเตอร์>(ดูได้จากแท็บ Sharing ใน Properties ของปริ้นเตอร์)
- Name or address of server providing lpd:
- กด OK จากนั้นระบบจะให้เราเลือกลง Driver ของปริ้นเตอร์ ให้เลือกยี่ห้อและรุ่นให้ตรงกับปริ้นเตอร์จริง เป็นอันเสร็จสิ้นครับ

2. การตั้งค่าบน Ubuntu Linux
สำหรับฝั่ง Linux นั้นยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะส่วนใหญ่รองรับ LPD/LPR เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว
- เปิด
Settingsและไปที่เมนูPrinters - คลิกที่ปุ่ม
Add Printer... - รอสักครู่ให้ระบบค้นหา จากนั้นที่ด้านล่าง ให้คลิกที่
Enter URI... - ในช่อง LPD/IPP URI ให้ใส่ค่าตามรูปแบบนี้:
lpd://<IP_Address_of_Windows_PC>/<Printer_Share_Name> - คลิก Add ระบบจะค้นหา Driver ที่เหมาะสมให้โดยอัตโนมัติ หรืออาจจะมีหน้าต่างให้เราเลือกรุ่นเองครับ
สรุป (Conclusion)
เพียงเท่านี้ เราก็สามารถแชร์ปริ้นเตอร์จากเครื่อง Windows 11/10 ของเราไปยังอุปกรณ์หรือระบบปฏิบัติการอื่นๆ ได้อย่างไม่มีปัญหาแล้วครับ LPD Print Service อาจจะไม่ใช่ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด แต่เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและไว้ใจได้สำหรับชาวไอทีในการแก้ปัญหาความเข้ากันไม่ได้ของอุปกรณ์ในระบบเครือข่ายครับ
FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
LPD Print Service ปลอดภัยไหม?
LPD เป็นโพรโทคอลที่ไม่มีการเข้ารหัสในตัว เหมาะสำหรับใช้งานในเครือข่ายภายในที่เชื่อถือได้ (LAN) ไม่แนะนำให้ใช้แชร์ผ่านอินเทอร์เน็ตครับ
การตั้งค่า LPD Service กับ LPR Port Monitor ต่างกันอย่างไร?
จำง่ายๆ ครับ: LPD Service = ทำให้ Windows เป็น Server (ผู้แชร์) ส่วน LPR Port Monitor = ทำให้ Windows เป็น Client (ผู้รับ) ถ้าต้องการแค่แชร์ปริ้นเตอร์ออกไป ก็ติดตั้งแค่ LPD Service ก็พอครับ
ความเร็วในการพิมพ์ต่างจากแบบปกติ (SMB) ไหม?
สำหรับงานพิมพ์เอกสารทั่วไป แทบไม่เห็นความแตกต่างครับ LPD ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้ดีและมีความเสถียรสูง






