เคยไหมครับ เวลาที่ต้องส่งเอกสารสำคัญ แต่กังวลว่าจะมีคนนำไปใช้ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือต้องการระบุสถานะของเอกสารให้ชัดเจน เช่น “ฉบับร่าง”, “ความลับ” หรือ “ฉบับสมบูรณ์” การ ใส่ลายน้ํา (Watermark) ใน Word คือคำตอบที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดครับ
บทความนี้ NONGIT.COM จะมาสอนวิธีใส่ลายน้ํา word แบบจับมือทำ ตั้งแต่ลายน้ำข้อความพื้นฐาน การใช้รูปภาพหรือโลโก้บริษัท ไปจนถึงเทคนิคที่หลายคนสงสัยอย่างการทำลายน้ำ 2 บรรทัด และวิธีลบลายน้ำออกเมื่อไม่ต้องการใช้แล้ว รับรองว่าอ่านจบแล้วทำตามได้ทันทีครับ
ลายน้ำ (Watermark) ใน Word คืออะไร? ทำไมถึงต้องใช้?
ลายน้ำ หรือ Watermark คือ ข้อความหรือรูปภาพจางๆ ที่ปรากฏอยู่ด้านหลังเนื้อหาหลักในเอกสารของเราครับ ประโยชน์หลักๆ ของมันคือ:
- แสดงความเป็นเจ้าของ: ใส่ชื่อหรือโลโก้บริษัทเพื่อบ่งบอกว่าเอกสารนี้เป็นลิขสิทธิ์ของเรา
- บอกสถานะเอกสาร: ใช้คำว่า “DRAFT”, “CONFIDENTIAL”, “ORIGINAL” เพื่อป้องกันความสับสน
- ป้องกันการคัดลอก: ถึงแม้จะไม่ 100% แต่ก็ทำให้การนำเอกสารไปแอบอ้างทำได้ยากขึ้น
วิธีใส่ลายน้ํา Word แบบพื้นฐาน (ข้อความสำเร็จรูป)
สำหรับใครที่ต้องการความรวดเร็ว Microsoft Word มีลายน้ำแบบสำเร็จรูปให้เลือกใช้ได้ทันทีครับ
- เปิดเอกสาร Word ที่ต้องการ
- ไปที่แท็บ Design (ออกแบบ)
- คลิกที่เมนู Watermark (ลายน้ำ) ที่อยู่ทางด้านขวา
- เลือกรูปแบบลายน้ำที่ต้องการ เช่น CONFIDENTIAL หรือ DO NOT COPY

เพียงเท่านี้ ลายน้ำก็จะปรากฏบนทุกหน้าของเอกสารแล้วครับ
วิธีสร้างลายน้ำ Word แบบกำหนดเอง (Custom Watermark)
ส่วนใหญ่เรามักจะอยากใส่ข้อความหรือรูปภาพของเราเอง ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ ในเมนู Custom Watermark ครับ
1. การใส่ลายน้ำแบบ “ข้อความ” (Text Watermark)
วิธีนี้เป็นที่นิยมที่สุด เพราะเราสามารถกำหนดคำที่ต้องการได้อย่างอิสระ
- ไปที่แท็บ Design (ออกแบบ) > Watermark (ลายน้ำ)
- คลิกที่ Custom Watermark… (ลายน้ำแบบกำหนดเอง…)
- หน้าต่างใหม่จะปรากฏขึ้นมา ให้เลือกที่ Text watermark (ลายน้ำข้อความ)
- ตั้งค่าตามต้องการ:
- Language (ภาษา): เลือกภาษาของข้อความ (สำคัญต่อการเลือกฟอนต์)
- Text (ข้อความ): พิมพ์ข้อความที่ต้องการใส่เป็นลายน้ำ
- เทคนิคทำ 2 บรรทัด: หากต้องการให้ข้อความมี 2 บรรทัดขึ้นไป ให้กด
Enterในช่อง Text ได้เลยครับ - Font (ฟอนต์): เลือกรูปแบบตัวอักษร
- Size (ขนาด): แนะนำให้เลือกเป็น Auto เพื่อให้ Wordปรับขนาดอัตโนมัติ
- Color (สี): เลือกสีของลายน้ำ แนะนำให้เป็นสีอ่อนๆ เพื่อไม่ให้รบกวนเนื้อหาหลัก
- Layout (เค้าโครง): เลือกได้ระหว่าง Diagonal (แนวทแยง) หรือ Horizontal (แนวนอน)
- เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้ว กด Apply (นำไปใช้) เพื่อดูตัวอย่าง และกด Close (ปิด) เมื่อพอใจ

2. การใส่ลายน้ำแบบ “รูปภาพ” หรือ “โลโก้” (Picture Watermark)
หากต้องการสร้างแบรนด์หรือใส่โลโก้บริษัท ให้ใช้วิธีนี้ครับ
- ไปที่แท็บ Design (ออกแบบ) > Watermark (ลายน้ำ) > Custom Watermark… (ลายน้ำแบบกำหนดเอง…)
- เลือกที่ Picture watermark (ลายน้ำรูปภาพ)
- คลิกปุ่ม Select Picture… (เลือกรูปภาพ…) แล้วเลือกไฟล์รูปภาพหรือโลโก้ที่เตรียมไว้
- Scale (มาตราส่วน): แนะนำให้ตั้งเป็น Auto หรือปรับขนาดตามความเหมาะสม
- Washout (จาง): สำคัญมาก! ควรติ๊กช่องนี้ไว้ เพื่อให้รูปภาพจางลงและไม่ทับซ้อนกับเนื้อหาจนอ่านไม่ออก หากไม่ติ๊ก รูปภาพจะมีความเข้มเท่าไฟล์ต้นฉบับ
- กด Apply (นำไปใช้) และ Close (ปิด)

ต้องการลบลายน้ำออกใช่ไหม? ทำได้ในคลิกเดียว
เมื่อเอกสารเสร็จสมบูรณ์ หรือไม่ต้องการใช้ลายน้ำแล้ว วิธีลบออกนั้นง่ายยิ่งกว่าตอนใส่ครับ
- ไปที่แท็บ Design (ออกแบบ)
- คลิกที่เมนู Watermark (ลายน้ำ)
- เลือก Remove Watermark (เอาลายน้ำออก)
ลายน้ำทั้งหมดในเอกสารก็จะหายไปทันทีครับ
ตอบคำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ใส่ลายน้ำเฉพาะบางหน้าได้ไหม?
ทำได้ครับ แต่ขั้นตอนจะซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย โดยต้องใช้การแบ่งส่วนเอกสาร (Section Breaks) ก่อน จากนั้นเข้าไปแก้ไขในส่วน Header/Footer ของแต่ละส่วนเพื่อใส่หรือลบลายน้ำครับ
ทำไมลายน้ำของฉันถึงจางมาก? ปรับให้เข้มขึ้นได้ไหม?
ถ้าเป็นลายน้ำรูปภาพ ให้ลองเอาเครื่องหมายถูกออกจากช่อง Washout (จาง) รูปจะเข้มขึ้นทันทีครับ ส่วนลายน้ำข้อความ ให้ลองเลือกสีที่เข้มขึ้นเล็กน้อย แต่ระวังอย่าให้รบกวนเนื้อหาหลักนะครับ
ต้องการ “พิมพ์คาดบัตรประชาชน” ใน Word ทำอย่างไร?
เทคนิคนี้จริงๆ แล้วไม่ใช่การใช้ฟีเจอร์ Watermark โดยตรงครับ แต่เป็นการใช้ กล่องข้อความ (Text Box) เข้ามาช่วย ให้สร้างกล่องข้อความ พิมพ์คำว่า “สำเนาถูกต้อง” แล้วตั้งค่ากล่องข้อความให้ “ไม่มีสีเติม (No Fill)” และ “ไม่มีเส้นขอบ (No Outline)” จากนั้นจัดวางตำแหน่งและหมุนองศาตามต้องการบนรูปบัตรประชาชนครับ
สรุป
การใส่ลายน้ําในเอกสาร Word เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยเพิ่มความเป็นมืออาชีพและความปลอดภัยให้กับเอกสารของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ข้อความ รูปภาพ หรือโลโก้ ก็สามารถทำได้ในไม่กี่ขั้นตอน และเมื่อไม่ต้องการก็สามารถลบออกได้อย่างรวดเร็ว หวังว่าคู่มือนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะครับ






