เคยเบื่อไหมครับ กับการที่ต้องมานั่งพิมพ์ชื่อ ตำแหน่ง เบอร์โทร หรือข้อมูลติดต่ออื่นๆ ท้ายอีเมลทุกครั้งที่ส่ง? ปัญหานี้แก้ได้ง่ายมากๆ ด้วยการ “ตั้งค่าลายเซ็น” หรือ Signature ใน Gmail ครับ ทำแค่ครั้งเดียว ที่เหลือ Gmail จะจัดการใส่ให้เราอัตโนมัติเลย สะดวกสุดๆ บทความนี้ NONGIT.COM จะมาสอนวิธีทำแบบละเอียดทีละขั้นตอนเลยครับ
ลายเซ็น (Signature) ในอีเมลคืออะไร? ทำไมต้องใช้?
ลองนึกภาพตามง่ายๆ ครับ ลายเซ็นในอีเมลก็เหมือน “นามบัตรดิจิทัล” ที่แนบท้ายไปกับทุกอีเมลที่เราส่งออกไป มันช่วยบอกว่าเราเป็นใคร มาจากไหน และจะติดต่อเราได้อย่างไรบ้าง ซึ่งมีประโยชน์มากๆ ครับ
- ดูเป็นมืออาชีพ: การมีข้อมูลติดต่อครบถ้วนท้ายอีเมลช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้เยอะเลยครับ
- ประหยัดเวลา: ไม่ต้องพิมพ์ข้อมูลเดิมๆ ซ้ำๆ ทุกครั้งที่ส่งอีเมลใหม่
- ให้ข้อมูลครบถ้วน: คนที่ได้รับอีเมลสามารถติดต่อกลับหาเราได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทร เว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย
วิธีตั้งค่าลายเซ็น Gmail บนคอมพิวเตอร์ (PC/Laptop)
วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและตั้งค่าได้ละเอียดที่สุดครับ เหมาะกับการทำครั้งแรกมากๆ มาเริ่มกันเลย
ขั้นตอนที่ 1: เข้าไปที่หน้าตั้งค่า (Settings)
- เปิด Gmail บนเบราว์เซอร์ในคอมพิวเตอร์ของคุณ
- มองหาไอคอนรูป ฟันเฟือง ⚙️ ที่มุมขวาบน แล้วคลิก
- จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “See all settings”

ขั้นตอนที่ 2: ไปที่ส่วน “Signature” แล้วสร้างลายเซ็นใหม่
- ในหน้า Settings ให้แน่ใจว่าคุณอยู่ในแท็บ “General” (ปกติมันจะเลือกอยู่แล้ว)
- เลื่อนลงมาเรื่อยๆ จนเจอหัวข้อ “Signature”
- คลิกที่ปุ่ม “+ Create new” เพื่อเริ่มสร้างลายเซ็นใหม่
- ตั้งชื่อลายเซ็นของคุณ (ชื่อนี้เอาไว้ให้เราจำเฉยๆ ครับ เช่น “ลายเซ็นทางการ”, “ลายเซ็นเพื่อน” จะตั้งชื่ออะไรก็ได้) แล้วคลิก “Create”

ขั้นตอนที่ 3: ใส่ข้อมูลและจัดรูปแบบลายเซ็น
ตอนนี้คุณจะเห็นกล่องข้อความทางด้านขวา ให้ใส่ข้อมูลที่คุณต้องการลงไปได้เลยครับ เช่น
- ชื่อ-นามสกุล
- ตำแหน่ง
- ชื่อบริษัท/องค์กร
- เบอร์โทรศัพท์
- เว็บไซต์
- ลิงก์โซเชียลมีเดีย (Facebook, LinkedIn)
คุณสามารถใช้เครื่องมือที่ให้มาเพื่อ ทำตัวหนา, ตัวเอียง, เปลี่ยนสีตัวอักษร หรือแม้กระทั่งใส่รูปภาพ (เช่น โลโก้บริษัท) และลิงก์ได้ตามใจชอบเลยครับ
ขั้นตอนที่ 4: ตั้งค่าให้ Gmail ใช้ลายเซ็นอัตโนมัติ
หลังจากสร้างลายเซ็นเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งกดบันทึกนะครับ! เราต้องบอก Gmail ก่อนว่าจะให้ใช้ลายเซ็นนี้เมื่อไหร่
ใต้กล่องลายเซ็น จะมีหัวข้อ “Signature defaults” (ค่าเริ่มต้นของลายเซ็น) ให้เราตั้งค่า 2 ส่วนสำคัญคือ:
- FOR NEW EMAILS USE (ใช้สำหรับอีเมลใหม่): สำหรับอีเมลที่เขียนใหม่ ให้เลือกลายเซ็นที่เราเพิ่งสร้างไป
- ON REPLY/FORWARD USE (สำหรับใช้ตอบ/ส่งต่อ): สำหรับอีเมลที่ตอบกลับหรือส่งต่อ จะใช้ลายเซ็นเดียวกันหรือไม่ ก็เลือกได้เลยครับ (บางคนอาจจะใช้ลายเซ็นที่สั้นกว่าสำหรับตอบกลับ)

ขั้นตอนที่ 5: บันทึกการเปลี่ยนแปลง
เลื่อนลงมาล่างสุดของหน้า แล้วคลิกปุ่ม “Save Changes” เป็นอันเสร็จเรียบร้อย! ลองกดเขียนอีเมลใหม่ (Compose) ดูได้เลยครับ ลายเซ็นจะขึ้นมาอัตโนมัติทันที
วิธีแก้ไขหรือลบลายเซ็น Gmail
ถ้าอยาก แก้ไขลายเซ็น gmail หรือลบทิ้ง ก็ทำง่ายๆ ครับ แค่กลับไปที่หน้าตั้งค่า Signature (ตามขั้นตอนที่ 1 และ 2) เหมือนเดิม คุณจะเจอลายเซ็นทั้งหมดที่คุณสร้างไว้
- แก้ไข: คลิกที่ชื่อลายเซ็นที่ต้องการแก้ แล้วพิมพ์หรือจัดรูปแบบใหม่ได้เลย
- ลบ: คลิกที่ไอคอนรูปถังขยะที่อยู่ข้างๆ ชื่อลายเซ็นนั้นๆ
อย่าลืมกด “Save Changes” ทุกครั้งหลังแก้ไขนะครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ตั้งค่าลายเซ็นในแอป Gmail บนมือถือได้ไหม?
ได้ครับ! แต่ต้องเปิดการตั้งค่าสำหรับบัญชีนั้นๆ ในแอปก่อน โดยไปที่ เมนู (ขีด 3 เส้น) > Settings > เลือกบัญชีอีเมลของคุณ > Mobile Signature แล้วเปิดใช้งานและพิมพ์ข้อความที่ต้องการได้เลยครับ (แต่การตั้งค่าบนคอมจะยืดหยุ่นกว่า เช่น ใส่รูปภาพหรือลิงก์ได้)
-
เพิ่มรูปลงในลายเซ็นได้ไหม?
ได้แน่นอนครับ ในกล่องแก้ไขลายเซ็น จะมีไอคอนสำหรับแทรกรูปภาพ (Insert image) อยู่ ให้คลิกแล้วอัปโหลดรูปหรือใช้ URL ของรูปก็ได้ครับ
-
ทำไมลายเซ็นไม่ขึ้นตอนตอบเมล?
ลองกลับไปเช็คที่ “Signature defaults” (ขั้นตอนที่ 4) ดูครับว่าในช่อง “ON REPLY/FORWARD USE” ได้เลือกลายเซ็นที่ต้องการไว้หรือยัง
สรุป
การ เพิ่ม Signature ใน Gmail เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ช่วยให้การทำงานของเราสะดวกและดูเป็นมืออาชีพขึ้นมากครับ แค่สละเวลาตั้งค่าครั้งแรกไม่กี่นาที ก็ช่วยประหยัดเวลาในการพิมพ์ซ้ำๆ ไปได้อีกเยอะเลย หวังว่าคู่มือนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ
บทความนี้จะแนะนำหลายคนที่กำลังใช้ Gmail เพื่อติดต่อสื่อสาร คือวิธีเพิ่ม ลายเซ็น Gmail หรือ Signature ที่จะอยู่ใต้จดหมายที่สร้างใหม่ โดยเฉพาะติดต่อด้านธุรกิจ ก็ต้องมีข้อมูลให้ผู้รับติดต่อกลับ หรือข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอง คำลงท้ายที่ต้องพิมพ์บ่อย ขอแสดงความนับถือ, ขอบคุณครับ /ค่ะ เป็นต้น คำเหล่านี้เราจะพิมพ์ด้วยประจำ






